Mar 02

พ้อกันยามฮ้อน

บ่มีอิหยังดอกครับ หาเวลาบ่ค่อยได้ ยามมีเวลากะคึดบ่ออกว่าสิเว้าเรื่องหยังให้ฟัง มันเป็นจั่งซี้ล่ะความคึดคนเฮา สมองบ่ปราดเปรื่องปานใด๋ ย้อนอากาศฮ้อนบ้อน้อ… (โทษดินฟ้าอากาศไปโลด) ย้อนมันฮ้อนอีหลีได๋พี่น้อง กายไปทางท่งนากะแนมไปพ้อแต่เปลวแดดยิบยับ หันไปทางน้ำกะแม่นแห้งขอดหลาย ปีนี้ฮ้อนมาไวอีหลี เสื้อกันหนาวเอาออกมาซักตากไว้กะบ่ทันได้ใส่จักโต กะสิแม่นได้เก็บไว้คือเก่าซั่นแหล่ว

อากาศฮ้อนแล้วยังบ่พอ การเมืองเรื่องประท้วงกะยังพากันฮ้อนเอ้าเข้าใส่อีก โอหนอ… พี่น้องเอย กินเข้าอยู่เล้าเจ้าของ สิไปโสเรื่องเพิ่นเฮ็ดหยังน้อ ทำมาหากินกันไปเรื่องของผู้อื่นอย่าสิไปหัวซาหลาย ดับความฮ้อนกันจักหน่อยด้วยการฟังธรรมดีกว่าน้อ…

“อะไรคือชีวิตที่ น่าพอใจ ชีวิตน่าจะมีอะไรที่มีคุณค่ามากกว่านี้.” คำถามยิ่งใหญ่ที่ทำให้ ภิกษุชาวญี่ปุ่นผู้นี้ออกบวช การที่ท่านพระอาจารย์มิศซูโอะ เควสโก ได้มาประเทศไทย และได้บวชเป็นศิษย์ต่างชาติท่านหนึ่ง ของหลวงพ่อพระโพธิญาณเถร (ชา สุภัทโท) แห่งวัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานีนั้น เป็นเรื่องที่ “เป็นไปเอง” ตั้งแต่เด็กๆ ท่านคิดเสมอว่า “อะไรคือชีวิตที่น่าพอใจ….. ชีวิตน่าจะมีอะไรที่มีคุณค่ามากกว่านี้…..”

ท่านพระอาจารย์จึงออกสัญจรรอนแรมจากบ้านเกิดเมืองนอนตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ท่านเดินทางสู่อินเดีย เนปาล อิหร่าน และยุโรป แล้วเปลี่ยนความตั้งใจที่จะไปแอฟริกา วกกลับสู่อินเดีย เมื่อเดินทางถึงพุทธคยา เห็นพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ก็ระลึกถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์และ ประจักษ์ต่อใจว่า “นี่คือสิ่งที่แสวงหา สัจจะความจริงอยู่ภายในกายกับใจของเรานี้เอง ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่ใจ ทุกคนทุกชีวิตสามารถพ้นทุกข์ได้” ท่านจึงหยุดการแสวงหาจากภายนอก เข้าสู่การค้นหาภายใน



ตอนที่ 2



ตอนที่ 3

ขอให้เย็นกาย เย็นใจ มีสุขทุกท่านขอรับ ยาวๆ ไปฮอดสงกรานต์พุ้นหล่ะน้อ….

ตอนที่ 4

โปรดแสดงความคิดเห็น

preload preload preload